ข่าวฟุตบอลวันนี้ หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาได้รับใช้ชนะอีกครั้งด้วยการเอาชนะ ไบรท์ตัน 2-0 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แม้สกอร์อาจดูดี แต่ความเป็นจริง ผีแดง ยังมีฟอร์มที่ถูลู่ถูกังเหมือนเดิม แต่จะด้วยเหตุผลอะไร เราหาคำตอบมาให้แล้ว กับ 5 ประเด็นสำคัญหลังเกมทัพ ปีศาจแดง ไล่ทุบ นกนางนวล

1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นสู่อันดับสี่แล้ว

 หลังเก็บสามแต้มจาก ไบรท์ตัน ได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ขยับขึ้นสู่อันดับสี่ได้สำเร็จโดยมีแต้มมากกว่า เวสต์แฮม สองแต้ม และลงเล่น 25 นัดเท่ากับ ขุนค้อน เท่ากับว่าโอกาสคว้าท็อปโฟร์ของ ผีแดง เปิดกว้างขึ้นแล้ว และพวกเขาสมควรคว้าเอาไว้ให้ติดมือโดยไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไปอีกเนื่องจากมันเป็นเป้าหมายความสำเร็จชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ของทีมในซีซั่นนี้ แน่นอนว่า ราล์ฟ รังนิก ยังมีภารกิจพาทีมลงเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมกับ แอตเลติโก มาดริด แต่แทบไม่มีใครเชื่อเลยว่ากุนซือชาวเยอรมันจะพาทีมซิวโทรฟี่หูใหญ่มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้ จะอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด จะจบอันดับสี่ในซีซั่นนี้ได้หรือไม่ เราสมควรมองไปที่โปรแกรมนัดต่อๆไปของพวกเขาด้วย

ลีดส์ (เยือน) เสาร์ที่ 20 ก.พ.

แอตเลติโก มาดริด (เยือน , แชมเปี้ยนส์ลีก) พุธที่ 23 ก.พ.

วัตฟอร์ด (เหย้า) เสาร์ที่ 26 ก.พ.

แมนฯ ซิตี้ (เยือน) เสาร์ที่ 6 มี.ค.

2. ลูกเตะมุมที่โคตรไร้ประโยชน์

 ข่าวฟุตบอลวันนี้ ในเกมสยบ ไบรท์ตัน 2-0 โรนัลโด้ ปลดล็อคซัดประตูได้แล้วก็จริง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังสานผลงานบรมห่วยเอาไว้ต่อไปจากปัญหาการทำสกอร์จากลูกเตะมุม อย่างที่รู้กันว่าพวกเขาเป็นทีมเดียวใน พรีเมียร์ลีก ที่เปลี่ยนลูกเตะจากมุมธงให้เป็นประตูไม่ได้สักทีในซีซั่นนี้ และในเกมล่าสุด ลูกทีมของ รังนิก มีโอกาสเตะมุมรวม 10 ครั้ง

แต่สุดท้ายก็ยังไลฟ์บอยเช่นเดิมชนิดที่เรียกว่ากองหลังฝ่ายตรงข้ามไม่จำเป็นต้องพะวงการเสียลูกคอนเนอร์ให้กับ ผีแดง เลยเนื่องจากพวกเขาไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี

3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หยุดสถิติสุดเลวร้ายได้เสียที

 ในที่สุด กองหน้าโปรตุกีส ก็โล่งอกเป็นปลิดทิ้งที่ไม่ต้องสร้างสถิติส่วนตัวอันแสนย่ำแย่ให้ยาวนานเพิ่มไปอีก นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2022 เป็นต้นมา พ่อค้าแข้งวัย 37 ปีประสบกับปัญหาในการสอยตาข่ายฝ่ายตรงข้าม และไม่อาจทำสกอร์ได้เลยต่อเนื่องกันนานหกนัดเข้าไปแล้ว และหากดาวยิงพ่อลูกดกยังคลำเป้า ไบรท์ตัน ไม่สำเร็จ เขาก็จะเท้าบอดเป็นนัดที่เจ็ดติดต่อกันซึ่งเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดส่วนตัวในอาชีพพ่อค้าแข้งที่เคยเกิดขึ้นกับ ซีอาร์เซเว่น มาก่อนสมัยโม่เกือกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด หนแรกระหว่างเดือนธ.ค.2008-ม.ค.2009 อย่างไรก็ดี หลังคลำเป้า นกนางนวล พาทีมออกนำ 1-0 ได้สำเร็จ เฮียโด้ ก็เพิ่มผลงานซัดประตูคู่แข่งได้เป็นรายที่ 168 แล้วทั้งจากการลงเล่นในระดับสโมสร และทีมชาติ

 4. ไบรท์ตัน ไม่ถูกโฉลกกับ โอลล์แทรฟฟอร์ด

 ดูจากสถิติ คงไม่แปลกที่ ไบรท์ตัน จะบุกมาเสียท่าให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ โรงละครแห่งความฝัน อีกตามเคย มันเป็นเพราะผลงานของทั้งสองทีมในห้านัดหลังก่อนดวลกันในเกมล่าสุด นกนางนวล ปราชัยให้กับ ผีแดง ในทุกรายการ

4 เม.ย.2021 แมนฯ ยูไนเต็ด 2-ไบรท์ตัน 1 (พรีเมียร์ลีก)

30 ก.ย.2020 ไบรท์ตัน 0- แมนฯ ยูไนเต็ด 3 (คาร์ลิ่งคัพ)

26 ก.ย.2020 ไบรท์ตัน 2- แมนฯ ยูไนเต็ด 3 (พรีเมียร์ลีก)

30 มิ.ย.2020 ไบรท์ตัน 0- แมนฯ ยูไนเต็ด 3 (พรีเมียร์ลีก)

10พ.ย.2019 แมนฯ ยูไนเต็ด 3- ไบรท์ตัน 1 (พรีเมียร์ลีก)

 รวมทั้งสิ้น ไบรท์ตัน ไม่เคยบุกมาล้ม ผีแดง ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยบวกกับหนล่าสุดก็เป็น 14 นัดเข้าไปแล้ว และพวกเขาแพ้ไปถึง 12 ครั้ง โดยมีเกมที่รอดตายแค่สองครั้งเท่านั้น และถ้าจะนับเฉพาะการต่อกรกันในลีกสูงสุด ไบรท์ตัน สามารถเก็บแต้มกลับรังไปได้แค่แต้มเดียวจากทั้งหมด 27 แต้มเนื่องจากพวกเขาแพ้มากถึงแปดนัด และเสมอแค่นัดเดียว แถมแพ้เรียบวุธในการบุกมาดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในลีกห้านัดหลัง

5. นัดที่ 100 ของ เกรแฮม พ็อตเตอร์

 เกมบุกมาเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด นับเป็นการกุมบังเหียน นกนางนวล ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 100 ของ พ็อตเตอร์ พอดี อย่างไรก็ดี มันกลับเป็นเลขสวยที่ไม่เป็นมงคลกับเขาในท้ายที่สุด ก่อนหน้านี้มีกุนซือสี่รายที่คุมทีมครบ 100 นัดฟาดแข้งกับ ผีแดง ในเกมลีกเช่นกัน และสามรายสามารถกำชัยได้ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ แม็คคลาเรน ที่คุมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ ในเดือนก.พ.2004, รอย ฮ็อดจ์สัน ที่คุมทีม ฟูแล่ม ในเดือนมี.ค.2009 และ มิค แม็คคาร์ธีย์ ที่คุมทีม วูล์ฟส์ ในเดือนก.พ.2011 จะมีก็แค่ ฌอน ไดช์ รายเดียวเท่านั้นที่คุมทีม เบิร์นลีย์ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเดือนม.ค.2018 ก่อนที่เขาจะได้ พ็อตเตอร์ เข้ามาเข้าพวก

By user